ครูสาวซิ่งเก๋งชนท้าย จยย. ผัวเมียกระเด็น เมียดับ ผัวร่ำไห้เรียกชื่อสุดเวทนา

เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 19 กันยายน 2569 ร.ต.อ.ดนัยเดช  กรรณาริก รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองลพบุรี รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋ง เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์บริเวณทางยูเทิร์น ถนนพหลโยธิน ช่วงหลักกิโลเมตร 157  หมู่ 4 ต.ถนนใหญ่ อ.เมืองลพบุรี มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต หลังรับแจ้งเดินทางไปสอบสวน พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจุดลพบุรี

ที่เกิดเหตุเป็นถนน 6 เลน มีเกาะกลาง ขามุ่งหน้า อ.โคกสำโรง พบรถยนต์เก๋งไฟฟ้า BYD สีขาวทะเบียน 6 ขย 2775 กรุงเทพมหานคร  จอดอยู่เลนขวาชิดเกาะกลางถนน มีร่องรอยการชนตั้งแต่โครงไฟหน้ามาถึงซุ้มล้อซ้ายกระจกมองข้างหักพังเสียหาย  มีนางสาวพรพิชา พรมมี อายุ 35 ปี ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ด้วยอาการตื่นตกใจ  บนถนนเหตุพบมีผู้เสียชีวิตเป็นหญิงทราบชื่อนางสาวกานต์ ด่วนชะเอม  อายุ 45ปี เลขที่ 191/4 หมู่ที่  5 ต.เขาทอง อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์  สภาพนอนหงายมีบาดแผลฉกรรจ์ ที่ท้ายทอยเลือดไหลนองพื้น

ส่วนรถจักรยานยนต์ถูกชนกระเด็นตกไปในป่าข้างทางจากการตรวจสอบเป็นรถยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีน้ำเงิน ทะเบียน 1กฐ783 ลพบุรี  มีร่องรอยถูกชนท้ายด้านขวาจนท่อไอเสียหักพับพังเสียหาย มีนายเทิดศักดิ์ ปิ่นพา อายุ 49 ปี สามีผู้เสียชีวิตเป็นคนขับขี่ได้รับบาดเจ็บศีรษะแตก บาดแผลถลอกตามร่างกายหลังจากอาสาสมัครฯ ได้ทำบาดแผลปฐมพยาบาลเบื้องต้น แต่ปฎิเสธจะไป รพ. เนื่องจากยังทำใจได้ที่ภรรยาเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา นั่งร้องไห้เรียกชื่อภรรยาอย่างน่าเวทนา

ด้านนางสาว พรพิชา ครูสาว ได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดเหตุว่า ตนเองหลังขับรถออกจากบ้านพักกำลังจะไปรับนักเรียนที่ อ.โคกสำโรง เพื่อไปแข่งกีฬาในตัวเมืองลพบุรี ระหว่างขับมาถึงจุดเกิดเหตุมีรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวได้เลี้ยวกลับรถในระยะกระชั้นชิด ตนเองเบรกไม่ทันทำให้พุ่งชนอย่างจัง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

นายเทิดศักดิ์ สามีผู้เสียชีวิต นั่งร้องไห้ด้วยความเสียใจเผยว่าก่อนเกิดเหตุได้ขับจักรยานยนต์คันดังกล่าวไปรับภรรยาที่สถานีรถไฟลพบุรี  พาภรรยานั่งซ้อนท้ายเพื่อกลับบ้าน ขณะที่กำลังขับขี่มาถึงจุดเกิดเหตุตนยังจำอะไรไม่ค่อยได้ เพราะเหตุเกิดขึ้นเร็วมาก และรู้สึกเสียใจที่ต้องมาเสียภรรยาไป ขณะที่กล้องวงจรปิดร้านค้าใกล้จุดเกิดเหตุที่บันทึกช่วงเวลาเกิดเหตุไว้ได้ พบว่าหลังมีเสียงรถชนผ่านหน้ากล้องโดยมีรถจักรยานยนต์กระเด็นพร้อมกับร่างหญิงที่เสียชีวิต

ซึ่งพบว่ารถยนต์เก๋งที่ขับมาด้วยความเร็วพุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำมีเปลวประกายลูกไฟ เหล็กครูดไปตามถนน  ไม่ได้เป็นการยูเทิร์นตามที่ครูสาวอ้าง เบื้องต้น รถทั้งสองคันน่าจะขับขี่ตามกันมาในฝั่งเดียวกัน พุ่งชนท้าย ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดจุดเกิดเหตุอีกครั้ง และจะได้ทำการสอบสวนปากคำเพิ่มเติม ทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ส่วนศพได้มอบให้ทางอาสาฯมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งตรวจสอบอีกครั้งที่โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราชอีกครั้งก่อนมอบให้ญาตินำกลับเพื่อบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป

ทีมข่าวสยามนิวส์ จังหวัดลพบุรี รายงาน